หากคุณอยากเป็น Developer ที่เก่งขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้ทำสิ่งนี้

หากคุณอยากเป็น Developer ที่เก่งขึ้นกว่าเดิม แนะนำให้ทำสิ่งนี้

HOME › หากคุณอยากเป็น Developer ที่...

บทความนี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ตรงของคุณ Cinto โดยเขาได้เจอเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองในฐานะ Developer และได้ให้คำแนะนำไว้ว่า หากคุณอยากเป็น Developer ที่เก่งกว่าเดิม แนะนำให้ทำสิ่งนี้ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ก่อนหน้านี้คุณ Cinto รู้สึกว่า เขาเป็น Developer ที่ยังไม่ค่อยเก่งมาโดยตลอด เขาเคยเกลียดการ Coding และยอมรับความจริงที่ว่า เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ และสมองของเขาก็ไม่สามารถประมวล Code แต่ละบรรทัดได้ ถึงเขาจะมีความรู้เชิงทฤษฎี แต่ก็ไม่ค่อยได้นำไปปฏิบัติจริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่า เขาสามารถเขียน Code ได้ แต่ก็มักจะไม่เป็นไปตาม Design Patterns หรอกนะ หากเปรียบเทียบก็คงเหมือนกับเด็กที่ขีดเขียนอะไรสักอย่างลงบนกระดาษ

และถ้าเขาต้องหาข้อแก้ตัวดี ๆ ให้ตัวเองสักข้อ ก็คงเพราะว่า เขาไม่ค่อยมีโอกาสได้เขียน Code จริง ๆ เลย (แม้ว่าจะไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ถูกต้องก็ตาม) บริษัทแรกที่ได้เริ่มทำงาน ต้องการให้เขาทำงานบน Excel (และได้ใช้ SQL เพียงแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ) มากกว่าการใช้ Programming Language ก็เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับ Business Analytics มากกว่า เนื่องจากเป็นส่วนที่สามารถทำเงินได้ และคุณ Cinto เองต้องก็ต้องจำใจทำมัน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ทำงานในการวิเคราะห์ และหนึ่งในความผิดพลาด ก็คือ เขาชอบที่จะอยู่ใน Comfort Zone

ในชีวิตของเราทุกคน หากคุณทำอะไรบางอย่างเป็นเวลานาน ๆ คุณก็จะติดอยู่กับมัน จากนั้นมันจะถึงจุดที่คุณกลัวที่จะย้ายออกจากมัน ซึ่งคุณ Cinto เองก็กำลังติดอยู่ในอาชีพการงานที่ทำอยู่ ถึงเขาอยากจะลาออก แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวที่จะทำ เขากลัวว่า Development Skills จะไม่ตรงกับ "ประสบการณ์การทำงานหลายปี" ที่เขามี

แต่แล้วบางอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อฝ่ายวิเคราะห์ที่เขาทำงานอยู่ของบริษัทถูกปิดลง เดาว่ามันคงไม่ได้ทำเงินมากมายให้บริษัท ดังนั้น เขาต้องหางานใหม่ หรือไม่ ก็ต้องหา Project อื่นทำ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาได้เปลี่ยนบริษัทมาแล้ว 2 - 3 แห่ง ซึ่งตอนนี้คุณ Cinto ได้ทำงานใน Development Project ที่น่าตื่นเต้น และเขาก็คิดว่า ทำมันได้ดีเลยทีเดียว เขาพอใจกับความก้าวหน้าที่ทำมันได้ และภูมิใจที่ตอนนี้ เขาถือว่าตัวเองเป็น Developer ที่เก่งขึ้นแล้ว และคุณอาจจะสงสัยว่าคุณ Cinto ทำอะไร แล้วอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง?

1. การเป็น Developers ที่เก่ง สามารถ “สร้างและพัฒนา” ขึ้นได้ ไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิด

เมื่อคุณ Cinto รู้ว่า เขาต้องออกจาก Comfort Zone เขาก็รู้สึกท้อแท้ และกลัวว่าตำแหน่งที่ทำอยู่นี้ จะทำให้เขาไม่มีความสุข

งานแรกสำหรับ Project ใหม่ คือการเปลี่ยน Code ของ Java Package ที่มีอยู่ ซึ่งครั้งแรกที่เขาอ่าน Code เขาไม่เข้าใจมันเลยสักนิดเลย แต่เขาก็ต้องพยายามต่อไป เขาต้องให้โอกาสตัวเอง เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อจะเรียนรู้และทำความเข้าใจมัน เขาใช้เวลากับ Developers คนที่เขียน Code นั้น เพื่อพยายามที่จะทำความเข้าใจว่า มันทำงานยังไง ซึ่งเขามั่นใจว่า เขาได้หัวเราะเยาะตัวเองที่เคยถามคำถามโง่ ๆ ไปมากมาย แต่ก็นะ! มันก็ไม่ถือว่าโง่สำหรับเขาไปซะทีเดียว และในที่สุด หลังจากนอนไม่หลับมาหลายวัน เขาก็ก็เปลี่ยนมันได้!

จากนั้นเขาก็ทำการเปลี่ยน Code อีกครั้งใน Module เดียวกัน จากนั้นก็ได้ลองทำกับส่วนอื่น ๆ จนกระทั่งเขาเริ่มคุ้นเคยกับ Modules ทั้งหมด จากนั้นเขาก็ย้ายไปที่ทำใน Module ใหม่ ซึ่งเขาคิดไว้อยู่แล้วว่า มันจะมีปัญหาในตอนแรก แต่เขาก็สามารถเอาชนะมันได้เช่นกัน

คุณ Cinto คิดเสมอว่า การเป็น Developer ที่เก่งนั้น จะต้องมีความสามารถมาก ๆ จริง ๆ คุณต้องเป็นอัจฉริยะหรืออะไรสักอย่าง แต่ความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เขาเพิ่งทำมันได้ ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า คุณไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะหรือมีความสามารถพิเศษ เพราะ “Developers ที่เก่งนั้น สามารถ “สร้างและพัฒนา” ขึ้นได้ ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด”

2. คุณเพียงแค่ต้องฝึกฝนเขียน Code

คำแนะนำสำหรับ Developers ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ คือคุณต้องให้โอกาสตัวเองได้ลองเขียน Code ดู เพราะถ้าคุณไม่เขียน Code คุณจะไม่มีวันได้เรียนรู้เลย

Udemy หรือ Online Courses ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถช่วยคุณได้ทั้งหมด คุณสามารถรวบรวมความรู้เชิงทฤษฎีมากเท่าใดก็ได้ แต่การเรียนรู้ที่แท้จริงนั้น มาจากการ Coding สำหรับ Projects ต่าง ๆ ในโลกของการทำงานจริงเท่านั้น

เช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ การ Coding ถือเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วยการฝึกฝน ดังนั้น คุณควรกำหนดช่วงเวลาขึ้นมา เพื่อให้ได้ฝึก Coding ในทุก ๆ วัน

และอย่าตกใจกับความจริงที่ว่า มี Developers ที่เก่ง ๆ อยู่มากมายอยู่ในสายงานนี้ อย่านำตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกเขา แค่คุณลองนำ Code จริง ๆ ที่ไม่ซับซ้อนมาก มาลองแก้ไขดู เชื่อเถอะว่ามันจะยากในตอนแรก แต่หลังจากนั้นจะง่ายขึ้น ซึ่งถ้าเขาทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน ลองลงมือทำดู “คุณเพียงแค่ต้องฝึกฝนเขียน Code”

คุณไม่รู้หรอกว่า Development Skills ของคุณจะสามารถพัฒนาได้มากแค่ไหน กับเพียงแค่การฝึกเขียน Code ในแต่ละวัน แต่เชื่อเถอะ มันไม่ยากเกินที่คุณจะพัฒนาและเรียนรู้มัน

3. ทำตามกิจวัตร/แผนที่วางไว้

Dan Brown นักเขียนชื่อดัง ในเว็บ Masterclass พูดถึงเรื่องนี้ไว้และ คุณ Cinto ก็จดจำมันมาตลอด

“Be Tough on the Process, But Gentle on the Output” จงเข้มงวดกับ Process แต่อ่อนโยนกับ Output

นี่เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำตามกิจวัตรที่วางแผนไว้ในแต่ละวัน

“คุณต้องจัดสรรเวลาสำหรับการเขียน และนั่นเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ กับตัวคุณเอง คุณต้องทำตามแผนที่กำหนดไว้ ถ้าคุณวางแผนที่จะเขียนวันละ 2 ชั่วโมง ก็ให้ทำอย่างนั้น หากคุณตื่นนอนตอนตี 5  และตั้งใจว่าต้องนั่งที่โต๊ะตอนตี 5 ครึ่ง แต่คุณกลับรู้สึกไม่อยากลุกหรืออยากนอนตื่นสาย นั่นเป็นเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับคุณ ดังนั้น จงอดทนและพยายามทำให้ตัวเองได้ฝึกเขียนในทุก ๆ วัน ตามแผนที่วางไว้”

ซึ่ง Coding (หรือการทำสิ่งอื่น ๆ ) ก็คล้ายคลึงกัน คุณเพียงแค่ต้องใช้เวลากับมัน คุณต้อง Coding ให้ได้ทุกวัน ตามแผนที่คุณวางไว้ แล้วคุณจะทำมันได้ดีขึ้น ซึ่งมันไม่มีทางลัดใด ๆ  

หากคุณต้องการที่จะเก่งขึ้นในการ Coding ประสบการณ์ส่วนตัวของคุณ Cinto ก็ได้สอนเขาว่า Coding นั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ด้วยการฝึกฝน เขาไม่ใช่คนอัจฉริยะ แต่เขาเป็นเพียงคนที่พัฒนาตัวเองในทุก ๆ วัน เขาเขียน Code และพัฒนาตัวเองทุกวัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

เขาเริ่ม Coding อย่างจริงจังตอนอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้เปลี่ยน แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำถึงขั้นนั้นก็ได้ คุณเพียงแค่เริ่มลงมือทำสักอย่างเท่านั้น

สุดท้ายนี้ขอฝากทิ้งท้ายกับบทความนี้ไว้ว่า การจะลองทำสิ่งใหม่ ๆ หรือก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเองนั้น มันอาจจะเป็นสิ่งที่ยากและต้องใช้ความกล้าอย่างมาก แต่หากคุณได้ลองทำมันแล้ว คุณจะรู้สึกภูมิใจและขอบคุณความกล้าของตัวคุณเอง หากคุณต้องการออกจาก Comfort Zone ในการทำงาน สามารถติดต่อทีมงาน ISM และส่ง Resume ของคุณมาได้ที่ https://www.ismtech.net/submit-your-resume เพื่อให้เราช่วยเพิ่มความมั่นใจและหางานที่ใช่สำหรับคุณ

ISM เชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ เปิดทำการมากว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย

Source: https://levelup.gitconnected.com

​​