#1 tech recruiter in thailand

10 พื้นฐานสำคัญที่ Developer ทุกคนควรรู้

Basic Concepts Every Developer Should Know (even Seniors Too)

เรียนรู้ 10 พื้นฐานสำคัญของ Software Development ที่ Developer ทุกระดับควรรู้ เพื่อพัฒนาโค้ดที่มีคุณภาพ ลดปัญหา Performance และสร้างระบบที่ยั่งยืน โดยคุณ Gopi C K

เรื่องเล็ก ๆ ที่เรามักลืม และทำไมมันยังสำคัญเสมอ (ขอเริ่มด้วยการสารภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ) นานมากแล้วที่คุณ Gopi เคยคิดว่า “แนวคิดพื้นฐาน” เป็นเรื่องของมือใหม่เท่านั้น พอได้งานแล้ว…พอใช้ Framework เป็นแล้ว…พอแก้ปัญหายาก ๆ ได้แล้ว…เราก็น่าจะผ่านช่วงพื้นฐานไปแล้วใช่ไหม?

คุณ Gopi บอกว่าเขาคิดผิด และผิดแบบเจ็บปวดด้วย ยิ่งอยู่ในสายซอฟต์แวร์นานเท่าไร เขายิ่งตระหนักถึงความจริงที่ทั้งอึดอัดแต่ก็ปลดปล่อยในเวลาเดียวกันว่า: Bug ความสับสน ความหมดไฟ และโค้ดที่ไม่ดี ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเรื่องขั้นสูง แต่มันเกิดจาก “พื้นฐานที่ไม่แน่น”

วันนี้คุณ Gopi ไม่ได้อยากสอนอะไรที่หวือหวา แต่อยากนั่งคุยข้าง ๆ คุณเหมือน Senior คนหนึ่งที่แคร์จริง ๆ แล้วพูดถึง 10 แนวคิดพื้นฐานที่เงียบ ๆ แต่กำหนดว่าคุณจะเป็น Developer ที่ดีแค่ไหน

ไม่ใช่แนวคิดที่เสียงดัง ไม่ใช่เรื่องที่กำลังเป็นกระแส แต่เป็นรากฐานที่แม้แต่ Senior ยังลืม…แล้วต้องกลับมาเสียใจทีหลัง หายใจลึก ๆ มาคุยกันเถอะ

1. โค้ดถูก “อ่าน” มากกว่าถูก “เขียน”

ตอนเป็น Junior เขาพยายามทำตัวให้ดูฉลาด

  • ชื่อตัวแปรสั้น ๆ
  • เขียน One-liner เท่ ๆ
  • บีบ Logic ซับซ้อนให้อยู่ในไม่กี่บรรทัด

มันดูน่าประทับใจมาก จนวันหนึ่งเขาเปิดโค้ดตัวเองเมื่อ 6 เดือนก่อน และเขาไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองเขียนอะไรไว้ นั่นคือจุดที่ทำให้เขาตาสว่าง

ความจริงคือ: คุณไม่ได้เขียนโค้ดให้คอมพิวเตอร์ คุณเขียนให้ “มนุษย์คนถัดไป” อ่าน และส่วนใหญ่มนุษย์คนนั้นก็คือ “ตัวคุณในอนาคต”

ในทางปฏิบัติหมายความว่า:

  • ชื่อตัวแปรชัดเจน ดีกว่าชื่อที่ดูฉลาด
  • Logic ที่เรียบง่าย ดีกว่า Logic ที่ดูเก่ง
  • ความอ่านง่าย สำคัญกว่าประสิทธิภาพ (ในหลายกรณี)

ถ้าโค้ดของคุณต้องมีคำอธิบายยาว ๆ แปลว่ามีบางอย่างผิดพลาดแล้ว

สิ่งที่ควรทำ: ก่อน Commit โค้ด ลองถามตัวเองว่า “อีก 6 เดือน ตอนที่ฉันเหนื่อยและเครียด ฉันจะยังเข้าใจสิ่งนี้ไหม?”

2. ความซับซ้อนทำได้ง่าย ความเรียบง่ายทำได้ยาก

ใคร ๆ ก็ทำให้ระบบซับซ้อนได้

  • เพิ่ม Layer
  • เพิ่ม Abstraction
  • ใส่ Pattern เต็มไปหมด

มันง่ายมาก สิ่งที่ยากคือ การอธิบายเรื่องเดียวกันให้เรียบง่าย

เขาเห็น Junior Over-engineer เพราะความกลัว
เขาเห็น Senior Over-engineer เพราะความเคยชิน

ผลลัพธ์เหมือนกัน: ระบบเปราะบาง

ดังนั้น โค้ดที่เรียบง่าย:

  • พังน้อยกว่า
  • ทดสอบง่ายกว่า
  • แก้ไขง่ายกว่า
  • ทำให้ทีมทำงานเร็วขึ้น

กฎเงียบ ๆ ที่เขาใช้คือ: ถ้าวิธีแก้ปัญหารู้สึกหนักเกินไป ให้หยุดก่อน มักจะมีเวอร์ชันที่ง่ายกว่าซ่อนอยู่ข้างใต้

สิ่งที่ควรทำ: ก่อนเพิ่ม Layer ใหม่ ถามว่า “มันแก้ปัญหาอะไรจริง ๆ?”

3. คุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง แต่ต้องรู้วิธีเรียนรู้

ข้อนี้ช่วยลดความกังวลได้มาก ไม่มี Senior คนไหนรู้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Java, Spring, React หรือ System Design

สิ่งที่ Senior รู้คือ:

  • อ่าน Documentation ยังไง
  • Debug อย่างมีสติ
  • แยกปัญหาใหญ่ให้เป็นปัญหาเล็ก
  • เรียนรู้ “เท่าที่จำเป็น” เพื่อไปต่อ

ตอนเริ่มต้น เขาคิดว่า “พอเรียนรู้ครบทุกอย่าง ฉันจะมั่นใจ” แต่ความมั่นใจที่แท้จริงมาจากความคิดนี้: “แม้ยังไม่รู้ แต่ฉันหาคำตอบได้” นี่คือการเปลี่ยนมุมมองครั้งใหญ่

สิ่งที่ควรทำ: หยุดวัดค่าตัวเองจากสิ่งที่รู้ เริ่มวัดจากความเร็วในการเรียนรู้

4. การ Debug คือทักษะ ไม่ใช่พรสวรรค์

บางคนดูเหมือนมีเวทมนตร์ หา Bug ได้เร็ว ใจเย็น ไม่ตื่นตระหนก แต่มันไม่ใช่เวทมนตร์ มันคือการฝึกฝน

นัก Debug ที่ไม่ดี “เดา”
นัก Debug ที่ดี “สังเกต”

นิสัยการ Debug ที่ดี:

  • ทำให้ปัญหาเกิดซ้ำได้ชัดเจน
  • เปลี่ยนทีละอย่าง
  • อ่าน Error Message ให้ครบ (ใช่… ครบจริง ๆ)
  • สมมติว่าความเชื่อของตัวเองอาจผิด

เมื่อคุณเลิกอารมณ์เสียกับ Bug คุณจะเก่งขึ้นทันที

สิ่งที่ควรทำ: เวลาระบบพัง อย่าเพิ่งรีบไป Stack Overflow ถามก่อนว่า “ระบบกำลังบอกอะไรฉันอยู่?”

5. Framework เปลี่ยนได้ แต่พื้นฐานไม่เคยเปลี่ยน

โดยเฉพาะสาย Backend

Spring Boot เปลี่ยน
Annotation เปลี่ยน
Library เปลี่ยน

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เปลี่ยน:

  • หน่วยความจำทำงานอย่างไร
  • Thread ทำงานอย่างไร
  • HTTP ทำงานอย่างไร
  • Database คิดอย่างไร
  • ข้อมูลไหลผ่านระบบอย่างไร

ถ้าคุณรู้แค่ Framework คุณจะเปราะบาง แต่ถ้าคุณเข้าใจพื้นฐาน คุณจะปรับตัวได้เสมอ

สิ่งที่ควรทำ: ทุกครั้งที่เรียนรู้ Feature ใหม่ ถามตัวเองว่า “มันสร้างบนแนวคิดพื้นฐานอะไร?”

6. ปัญหา Performance มักเป็นปัญหาการออกแบบ

หลายคนรีบ Optimize เร็วเกินไป

  • ใส่ Caching ทุกที่
  • ปรับจูนก่อนเวลา
  • ทำ Micro-optimization

แต่ปัญหา Performance ส่วนใหญ่มาจาก:

  • Query แย่ ๆ
  • โครงสร้างข้อมูลไม่เหมาะสม
  • เรียก Network เกินจำเป็น
  • การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผิดพลาด

ระบบที่ช้ามักเป็นปัญหาการคิด ไม่ใช่ปัญหาการเขียนโค้ด

สิ่งที่ควรทำ: ก่อน Optimize โค้ด ให้ Optimize การออกแบบก่อน

7. การเขียน Test คือการเคารพตัวเอง

พูดตรง ๆ หลายคนเคยเลี่ยงการเขียน Test

Deadline ความกดดัน “เดี๋ยวค่อยเพิ่มทีหลัง” ซึ่งส่วนใหญ่ “ทีหลัง” ไม่เคยมาถึง Test ไม่ได้มีไว้โชว์ใคร
แต่มันช่วยให้คุณ:

  • นอนหลับสบายขึ้น
  • Refactor ได้โดยไม่กลัว
  • จับความผิดพลาดได้เร็ว
  • เชื่อมั่นในโค้ดตัวเอง

ระบบที่ไม่มี Test อาจทำให้ไม่รู้สึกว่า “เสร็จแล้ว” แต่มันรู้สึกว่า “ไม่ปลอดภัย”

สิ่งที่ควรทำ: เขียน Test ไม่ใช่เพราะมันเป็น Best Practice แต่เพราะตัวคุณในอนาคตควรได้ทำงานอย่างสบายใจ

8. การสื่อสารคือส่วนหนึ่งของงาน (แม้คุณจะไม่ชอบ)

ข้อนี้อาจเจ็บสำหรับคน Introvert แต่ความจริงคือ:

Developer ที่เขียนโค้ดได้ดีพอสมควรและสื่อสารดี มักเติบโตเร็วกว่าคนที่เก่งมากแต่เงียบ

การสื่อสารไม่ได้แค่ “พูด” แต่มันคือ:

  • เขียน Comment ชัดเจน
  • ถามคำถามที่ดี
  • อธิบายเหตุผลของการตัดสินใจ
  • กล้ายอมรับว่า “ไม่รู้”

โค้ดไม่ได้อยู่ลำพัง มันอยู่ในทีม

สิ่งที่ควรทำ: ลองอธิบายโค้ดของคุณด้วยคำง่าย ๆ แม้กับคนที่ไม่ใช่ Developer

9. Burnout ก็เป็นปัญหาทางเทคนิคเหมือนกัน

เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ชั่วโมงทำงานยาว แรงกดดัน การเปรียบเทียบ มันค่อย ๆ ทำลาย Developer ที่ดี

Burnout ทำให้เกิด:

  • การตัดสินใจที่แย่
  • โค้ดลวก ๆ
  • ความอยากรู้อยากเห็นหายไป
  • การถอยห่างแบบเงียบ ๆ

การพักผ่อนไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่มันคือการบำรุงรักษา เหมือนระบบต้องมี Downtime ซึ่ง Developer ก็ต้องมีเช่นกัน

สิ่งที่ควรทำ: ปกป้องพลังงานของคุณ เหมือนที่คุณปกป้อง Production System

10. การเติบโตไม่เป็นเส้นตรง และนั่นไม่เป็นไร

บางสัปดาห์คุณจะรู้สึกเก่งมาก บางสัปดาห์คุณจะรู้สึกติดอยู่กับที่ ทั้งสองอย่างปกติ ซึ่งการเรียนรู้ซอฟต์แวร์ไม่ใช่เส้นตรง แต่มันคือวงก้นหอยที่ยุ่งเหยิง คุณจะกลับมาเจอแนวคิดเดิม ๆ แต่ทุกครั้ง:

  • คุณเข้าใจลึกขึ้น
  • มันเจ็บน้อยลง
  • มันชัดเจนขึ้น

นั่นแหละคือการเติบโต

สิ่งที่ควรทำ: หยุดเร่งเส้นทางของตัวเอง คุณไม่ได้ตามหลังใคร คุณกำลังสร้างความลึกให้ตัวเองอยู่

บทส่งท้าย (จาก Developer คนหนึ่งถึงอีกคน)

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณ Gopi อยากบอกตรง ๆ ว่า:

คุณไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
คุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง
คุณไม่จำเป็นต้องเร็วตลอดเวลา

คุณแค่ต้อง:

  • ให้เกียรติพื้นฐาน
  • รักษาความอยากรู้อยากเห็น
  • ซื่อสัตย์กับตัวเอง
  • และยังคงปรากฏตัว ลงมือทำต่อไป

Developer ที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้ถูกสร้างจากเทคนิคขั้นสูง แต่ถูกสร้างจากรากฐานที่แข็งแรง และความสม่ำเสมอแบบเงียบ ๆ

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 พื้นฐานสำคัญที่ Developer ทุกคนควรรู้

เมื่อ หางาน IT ให้ ISM Technology Recruitment เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย เพื่อให้คุณได้ “ชีวิตการทำงานในแบบที่คุณต้องการ” เพียงส่ง Resume มาที่นี่

ISM เชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ ได้เปิดทำการมาแล้วกว่า 30 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย

Source: https://medium.com/@gopi_ck/

บทความที่ใกล้เคียง

Top Browser Extensions สำหรับ Developer ในปี 2026

รวม Browser Extensions ที่ Developer ควรติดตั้งในปี 2026 ช่วย Debug เร็วขึ้น, ลด Bug เพิ่ม, Performance และยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนา Software

6 AI Tools ที่ Developer ควรใช้ในปี 2026

เปิดโลก AI Coding Tools ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนโค้ด เร่งความเร็วการพัฒนา และขับเคลื่อนนวัตกรรม Software