เมื่องานของ Programmer ไม่มีวันจบ!!!

เมื่องานของ Programmer ไม่มีวันจบ!!!

HOME › เมื่องานของ Programmer ไม่มี...

ที่ว่า “งานของ Programmer ไม่มีวันจบ” นั้น ไม่ได้หมายถึง เพราะ Programmer ขี้เกียจมากจนทำงานของพวกเขาไม่เสร็จ หรือ พวกเขาขาดประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันกลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เรามาดูกันว่า ที่งานของ Programmer ไม่มีวันจบนั้น มันคืออะไร และเกิดจากอะไรกันแน่

ปัญหาเกี่ยวกับ Programming มักอยู่ระหว่าง “Work In Progress” เริ่มตั้งแต่การทำให้ Code ที่เขียน Clean ขึ้น, เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ เพิ่มเติม, การสร้าง Product ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ หรือมี Feature ที่ต้องคอย Support และ Maintain อยู่เสมอ Programmer บางคนอาจพบกับความรู้สึกที่หมดกำลังใจ แต่ขณะที่บางคนยังสามารถก้าวหน้าต่อไปได้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

แค่เขียน Code ให้ใช้งานได้ อาจยังไม่พอ

บางทีคุณอาจกำลังใช้ Implement Feature อยู่ หรือบางทีก็อาจกำลังพิสูจน์แนวคิดบางอย่างอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะคิดว่า เมื่อ Code ทำงาน – มันทำงานได้ตามต้องการ – งานก็เสร็จสิ้น แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเมื่อคุณสร้างอะไรก็ตาม คุณมีแนวโน้มที่จะสร้างมันให้ดีขึ้นกว่าเดิมอีก

ดังที่ Esther Schindler กล่าวไว้ว่า: ”“Code ที่ใช้งานได้” ไม่ได้เกิดตอนที่งานเสร็จแล้ว แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่คุณเริ่มเขียนมันต่างหาก” เมื่อเป็นเรื่องของการ Code แม้มันใช้งานได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะยั่งยืนด้วย

ดังนั้น Programmer จึงมักพบว่าตัวเองกำลังเขียน Negative Code (ปรับแต่ง Program เพื่อให้ทำงานได้โดยใช้ Code ที่สั้นลง) จากนั้นจะมีการ Review Code, Test และ Fix Bug หาก Programmer ยังปล่อยให้เกิด Technical Debt ใน Code ที่พวกเขาใช้ทำงาน แน่นอนว่าในอนาคตมันจะกลับมาสร้างปัญหาแก่พวกเขาอีกครั้ง

การทำให้ Code ใช้งานได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้น เมื่องานของคุณเสร็จ การทำให้ Code ของคุณ Clean และเกิดประสิทธิภาพก็เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน

มีสิ่งอื่นให้เรียนรู้อยู่เสมอ

ทุกงานต้องการการเรียนรู้เพิ่มเติมบ้าง แต่ในทาง Programming, การเรียนรู้นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างต่อเนื่อง และต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย ความเป็นจริงแล้ว Programmer จำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ ทำให้ Technology เติบโตรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Programmer ทุกคน

ภาษา Programming ใหม่ๆ, Development Style และการเลือกเอา Hardware ไปใช้งาน เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว Programmer วันหนึ่ง Programmer อาจเริ่มเรียนรู้รายละเอียดของการอัปเดตในภาษา Programming สุดโปรดของพวกเขา บางทีพวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝนด้วยภาษาใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น บางทีพวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีเขียน Code ที่เข้ากันได้กับอุปกรณ์โดยเฉพาะ หรือ Operation System

นอกจากนี้ยังมีเรื่อง Soft Skills ที่ต้องพิจารณาด้วย มันง่ายที่จะลืมไปว่า Programmer ต้องพัฒนาในเรื่อง Interpersonal Skills ไม่มีอัจฉริยะไอทีคนไหนอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว นวัตกรรมล้วนมาจากการทำงานเป็นทีม ดังนั้น Programmer จำเป็นต้องมีทักษะ Soft Skills ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งนี้ทำให้ Programming เป็นสิ่งที่เรียนรู้ที่ไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Technical หรือ Interpersonal ก็ตาม ยังคงมีสิ่งใหม่ๆ ให้ Programmer ต้องพัฒนาและนำไปใช้ด้วยเสมอ

Products จำเป็นต้องมีการ Update และ Upgrade

เมื่อคุณเปิดตัว Product นั่นไม่ได้หมายความว่างานของคุณจะจบ มี 4 อย่างใน Software Maintenance ที่คุณต้องทำมัน

1. Preventive Maintenance: ต้องคอยดูในเรื่อง Security Threats

2. Corrective Maintenance: แก้ไขข้อบกพร่องที่หลุดรอดผ่านเครือข่าย/อินเตอร์เน็ต

3. Adaptive Maintenance: เมื่อมี Hardware ใหม่ออกมา คุณจะต้องปรับ Software ให้พร้อมทำงานกับ Hardware นั้นด้วย

4. Perfective  Maintenance: ปรับแต่งให้ Code ของคุณมีประสิทธิภาพเสมอทั้งเรื่อง Design และ Function

หากเปรียบเทียบแล้ว Coding เป็นเหมือนการก่อสร้างมากกว่าแค่การเคาะแป้น Keyboard เช่นเดียวกับการสร้าง Project ใดๆ ขึ้นมา การ Maintenance ก็มีความสำคัญมากพอๆ กับการสร้างมันขึ้นมาเช่นกัน

นอกจากนี้ใน Software ซึ่งเรามักเรียกมันว่า ‘Finished’ Product มักเป็นเพียง Draft แรกของการ Upgrade ครั้งต่อไป อีกไม่นาน Programmer จะพบว่าตัวเองกำลังทำงานในการ Upgrade ครั้งต่อไป Finished product 2.0’

ใจเย็นไว้และเดินหน้าต่อไป

เป็นการยากที่จะเรียก เสร็จสิ้นอย่างแท้จริง เพราะมันหายากมาก ยังมีอย่างอื่นที่คุณสามารถทำได้ เพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือสร้างตาม Project, Product หรือแนวคิด ของคุณ เมื่อพูดถึง Programming การก้าวไปข้างหน้าเสมอดูจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

ดังนั้น งานของ Programmer ไม่มีวันจบ แต่นั่นก็ทำให้งานของพวกเขามีคุณค่ามากพอให้ทำ Programmer ได้เพิ่ม Innovation เข้าไปในโลกของ Technology เสมอ พวกเขากำลังปรับปรุงตนเองและ Product ของพวกเขาอยู่เสมอ และความพยายามเหล่านี้ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น ดังนั้น Programmer จึงควร ใจเย็นไว้และเขียน Code ต่อไป

Source:  https://medium.com/

 


ISM Technology Recruitment Ltd. (#1 Tech Recruiter in Thailand) เราเชี่ยวชาญในธุรกิจ IT Recruitment & IT Outsourcing โดยเฉพาะ เปิดทำการกว่า 25 ปี มีพนักงานทุกสายและทุกระดับทางด้าน IT ที่ได้ร่วมงานกับลูกค้าองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียงและบริษัทข้ามชาติมากมาย หากคุณเป็นคน IT ที่อยากทำงานท้าทายและร่วมงานกับองค์กรชั้นนำ สามารถฝากประวัติการทำงาน (Resume) ของคุณไว้กับ ISM ได้ที่ https://www.ismtech.net/submit-your-resume แล้วคุณจะพบว่าอนาคตและโอกาสก้าวหน้ากำลังรอคุณอยู่